รูปพี่จุ๋ม Ex-Purser Qatar Airways ยิ้มแล้วชี้ไปที่ข้อความ ”ทำไมฝึกตัวเองเยอะมาก แต่ยังไม่ติดปีก?“ เป็นหน้าปกของบทความ 7 เหตุผลที่น้องฝึกตัวเองเยอะ แต่ยังไม่ติดปีก

  • Aug 18, 2025

7 เหตุผลที่น้องฝึกตัวเองเยอะ แต่ยังไม่ติดปีก

  • พี่จุ๋ม Ex-Purser กาตาร์
  • 0 comments

ทำไมฝึกตัวเองเยอะแต่ยังไม่ติดปีก? ลองเช็ก 7 สัญญาณที่อาจเป็นสาเหตุทำให้น้องตกสัมภาษณ์ ให้น้องได้เห็นจุดที่ควรสังเกตตัวเองก่อนสมัครสายการบิน

น้องหลายคนมักมาทักพี่จุ๋มด้วยประโยคคล้าย ๆ กันว่า

“พี่ หนูฝึกทุกวันเลยนะคะ ทั้งซ้อมยิ้ม ซ้อมเดิน ท่องสคริปต์ภาษาอังกฤษ แต่ทำไมไปสมัครกี่ครั้ง ๆ ก็ยังไม่ผ่านสักที”

ฟังแล้วพี่เข้าใจเลยค่ะ ว่ามันทั้งเหนื่อย ทั้งสับสน บางทีเหมือนเราทำทุกอย่างแล้ว แต่ผลลัพธ์กลับไม่เป็นอย่างที่หวัง เหมือนกับอ่านหนังสือสอบทั้งคืน แต่พอเข้าห้องสอบจริง ข้อสอบกลับไม่ได้ถามในสิ่งที่เราเตรียมมา 🥲

การเตรียมตัวเป็นลูกเรือก็เหมือนกันค่ะ ไม่ใช่ว่าใครซ้อมหนักกว่า จะต้องได้ปีกเสมอไป แต่มันอยู่ที่ เราซ้อม “ถูกจุด” หรือยัง

วันนี้พี่เลยอยากเล่าให้ฟังถึง 7 สาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้น้อง ๆ ฝึกตัวเองเยอะมาก แต่ยังไม่ติดปีกสักที เผื่อว่าน้องจะได้ลองเช็กตัวเองดูว่า เรากำลังติดอยู่ตรงข้อไหน และจะแก้ไขยังไงได้บ้าง

สาเหตุ 1: เริ่มฝึกจากความอยากมากๆ จนกลายเป็นความกดดัน (Negative Reinforcement)


พี่เห็นน้องหลายคนฝึกเพราะกลัวว่า “ถ้าไม่ผ่านจะเป็นยังไง” หรือ “ต้องได้เท่านั้น” ฝึกเพราะ “ต้องผ่าน” ไม่งั้นจะรู้สึกแย่/ล้มเหลว ซึ่งแรงจูงใจแบบนี้ ทำให้เกิดความกดดันสะสมตลอดกระบวนการ

→ ระหว่างฝึกเต็มไปด้วยคำว่า “ต้อง” และ “ห้ามพลาด“ ทำให้สมองโฟกัสที่ “ความเสี่ยงจะไม่ผ่าน” มากกว่า “ความสามารถที่มีจริง” ผลคือยิ่งฝึกยิ่งเครียด ทำให้เวลาอยู่หน้ากรรมการน้องอาจหน้าตึง พูดไม่เป็นธรรมชาติ โดยไม่รู้ตัว เพราะพลังงานที่ปล่อยออกมาไม่ใช่ความมั่นใจ แต่เป็นความกังวล ซึ่งผู้สัมภาษณ์จะรับรู้ได้ทันที

ข้อสังเกตว่าน้องฝึกเพราะความอยากจนกดดัน

  • ตั้งตารางฝึกโหดมาก ถ้าพลาดวันเดียวจะโทษตัวเองรุนแรง

  • เราฝึกทุกอย่างเพราะกลัวตก มากกว่าฝึกเพราะอยากเติบโต

  • รู้สึกว่าถ้าไม่ได้ปีก = ล้มเหลว

สาเหตุ 2: ฝึกเยอะ แต่ไม่ครบมิติที่สายการบินมอง


น้องหลายคนทุ่มเทเวลาฝึกหนัก ทั้งตอบคำถาม ซ้อมพูดภาษา หรือกูรูมมิ่ง แต่ยังขาดมิติสำคัญอื่นที่สายการบินใช้ประเมินร่วมด้วย เช่น ความตระหนักด้านความปลอดภัย (Safety Awareness), การจัดการสถานการณ์ใต้ความกดดัน, การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งไม่ได้หมายความแค่พูดเก่งหรือคล่อง ผลคือ น้องอาจมีทักษะเด่นบางด้าน แต่ภาพรวมยังไม่ครบถ้วนในสายตากรรมการ

ข้อสังเกตว่าน้องกำลังฝึกเยอะแต่อาจยังไม่ครบมิติ

  • ให้ความสำคัญกับเรื่องรูปร่าง หน้าตา แผลเป็น หรือภาษา แค่บางด้าน แต่ภาพรวมยังไม่ครบ

  • ซ้อมจนเก่งในสิ่งที่เตรียม แต่เจอสถานการณ์จริงที่ไม่คาดคิดกลับแก้ปัญหาไม่ได้

  • ฝึกด้านใดด้านหนึ่งเยอะ แต่ลึก ๆ รู้สึกว่าตัวเองยังไม่ดีพอ

สาเหตุ 3: น้องฝึกพูดได้ แต่ส่งพลังไม่เป็น


การพูด “ถูก” กับการสื่อ “ให้คนเชื่อถือ หรือทำให้คนรู้สึกดี” เป็นคนละเรื่องกัน น้องหลายคนตอบคำถามได้เป๊ะ บุคลิกดี แต่ขาด feeling, presence, eye contact หรือ energy ที่ทำให้ประโยคหรือการพูดมีน้ำหนัก อย่าลืมนะคะ กรรมการไม่ได้ฟังแค่คำสวยหรู แต่ฟังทั้งคลื่นพลัง โทนเสียง สีหน้าท่าทาง ความเป็นมนุษย์ ซึ่งถ้าพลังไม่ไป คำพูดก็ไม่สามารถทำให้กรรมการประทับใจได้

ข้อสังเกตว่าน้องพูดได้แต่ “ส่งพลังไม่เป็น”

  • เวลาซ้อม คำตอบออกมาเป๊ะ แต่ไม่มีพลังหรือความรู้สึกออกมาจากคำพูด

  • พูดออกมาเหมือน “ท่อง” มากกว่า “เล่า”

  • สายตา น้ำเสียง หรือพลังงานไม่สอดคล้องกับสิ่งที่พูด เช่น พูดแล้วตาลอย เสียงเบาจนแทบไม่ได้ยิน ฯลฯ

สาเหตุ 4: ฝึกคนเดียว → ไม่ได้รับ Feedback จนมองไม่เห็น Blind Spot


การฝึกซ้อมคนเดียวเป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้าทำยาวนานโดยไม่มีใครสะท้อนกลับ น้องอาจมองข้ามจุดบกพร่องของตัวเอง เช่น นิสัยพูดเร็วเกินไป การใช้คำไม่เหมาะสม หรือภาษากายที่ส่งสัญญาณไม่มั่นคง การไม่มี Feedback ที่แม่นยำทำให้ปรับแก้ผิดจุดหรือไม่รู้ว่าต้องปรับตรงไหน

ข้อสังเกตว่าน้องอาจไม่เห็น Blind Spot หรือจุดอ่อนของตัวเอง

  • ไปสัมภาษณ์มาแล้วหลายครั้ง แต่ตกทุกครั้ง

  • ไม่รู้เลยว่าตัวเองทำมากไปหรือน้อยไป รู้สึกงงๆ

  • เชื่อว่า “แค่ฝึกเยอะ หรือฝึกไปเรื่อยๆ ก็คงพอแล้ว” แต่ไม่เคยผ่านสัมภาษณ์

สาเหตุ 5: พยายามมากไป จนไม่เหลือความเป็นตัวเอง

การดูตัวอย่างและเลียนแบบบางอย่างช่วยได้ แต่ถ้าน้องพยายามเป็นเหมือนคนอื่นจนหมดเอกลักษณ์ ตัวคำตอบจะกลายเป็นเรื่องที่ไม่จริงจัง ไม่มีความเชื่อมโยงกับประสบการณ์ชีวิตของน้องเอง ความไม่จริงนี้สะท้อนผ่านน้ำเสียงและสายตา ทำให้กรรมการรู้สึกว่า “ยังไม่ใช่”

ข้อสังเกตว่าน้องพยายามเปลี่ยนมากไป จนไม่เหลือความเป็นตัวเอง

  • ดูคลิปอินฟลูฯ ที่ติดปีกคนหนึ่งแล้วจำท่า-เสียง-คำพูดมาใช้กับตัวเองทุกอย่าง แม้จะไม่เข้ากับบุคลิก

  • แต่งตัวสไตล์หนึ่งเพราะคิดว่าจะได้คะแนน แต่เวลาเปิดปากพูดกลับไม่ใช่คนแบบนั้น

  • ยกเรื่องของคนอื่นมาเล่าเป็นเรื่องตัวเองเพื่อให้เนื้อหา “ดูดี” แต่รายละเอียดยังสะดุด พูดได้ไม่เต็มปากเพราะไม่ใช่เรื่องของตัวเอง

สาเหตุ 6: ความกลัวครอบงำ จนเบลอ ปล่อยศักยภาพตัวเองออกมาได้ไม่เต็มที่


แม้จะเตรียมตัวมาดี แต่ถ้าความกลัวเข้ามาควบคุมตอนเจอสถานการณ์จริง ร่างกายจะตอบสนองแบบป้องกัน ตัวจะตึง เสียงหาย สมองคิดไม่ออก สิ่งที่ฝึกมาอาจแสดงออกไม่เต็มที่ ความกลัวจึงเป็นตัวฉุดที่มองไม่เห็น ทำให้กรรมการไม่มั่นใจว่าเราจะดูแลผู้โดยสารบนเครื่องบินของเขาได้หรือไม่!

ข้อสังเกตว่าน้องอาจถูกความกลัวครอบงำ

  • พอถึงคิวตอบ กลายเป็นคนพูดเร็ว เสียงเบา หรือเกิดอาการพูดไม่ออก ช๊อตไมค์ไปเลย

  • สติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ฟังกรรมการพูดไม่รู้เรื่อง ได้ยินไม่ถนัด หัวใจเต้นแรง

  • มือสั่น ของตก หรือประหม่า ไม่กล้ามองตากรรมการเพราะกลัวถูกจับผิด

สาเหตุ 7: ฝึกผิดจังหวะของชีวิต


การฝึกเตรียมตัวจะได้ผลที่สุด ก็ต่อเมื่อสอดคล้องกับจังหวะชีวิตจริง ทั้งการนอน การทำงาน ความเครียด และช่วงเวลาที่สมัคร ถ้าน้องฝึกหนักในช่วงที่ร่างกายหรือจิตใจไม่พร้อม เช่น ทำงานเลิกกะดึก มีเรื่องเครียดส่วนตัว หรือมีปัญหาทางบ้าน/ความสัมพันธ์ จนส่งผลให้นอนไม่พอในคืนก่อนวันสัมภาษณ์ เมื่อต้องเจอกรรมการจริง พลังงานและความมั่นใจจะตก ผลลัพธ์จึงสวนทางกับความพยายามที่ผ่านมา เพราะคุณภาพการฝึกไม่ได้สอดคล้องกับสภาพจิตใจและร่างกายในช่วงนั้น

ข้อสังเกตว่าน้องอาจฝึกผิดจังหวะของชีวิต

  • ซ้อมหนักช่วงที่ทำงานกลางคืน แล้วไปสัมภาษณ์ตอนมีงานโอเวอร์ไทม์ ทำให้วันจริงง่วงและเสียงแหบ

  • เริ่มฝึกทันทีหลังจากผ่านเหตุการณ์เครียด (เลิกกับแฟน/ย้ายบ้าน/เพิ่งตกสัมภาษณ์จากสายการบิน) แต่ยังไม่ฟื้นทั้งใจและร่างกาย

  • มีปัญหาชีวิตรุมเร้า เช่น แม่ป่วย ตกงาน มีปัญหาด้านการเงิน ยังหาทางออกไม่ได้ ฯลฯ

สรุป

การฝึกหนัก ๆ ไม่ได้การันตีว่าจะได้ปีก แต่การฝึกอย่าง รู้ตัว รู้จุดที่ต้องปรับ และฝึกให้สอดคล้องกับชีวิตจริง นี่แหละที่จะทำให้น้องก้าวไปใกล้ฝันมากขึ้น

พี่อยากให้น้องลองหยุดสักนิดแล้วมองตัวเองแบบจริง ๆ นะคะ ว่าเวลาฝึก เรากำลังทำไปเพราะอะไร เราฝึกครบทุกด้านหรือยัง เราส่งพลังออกมาเต็มที่ไหม เราได้ feedback จริง ๆ หรือเปล่า และที่สำคัญที่สุด… เรายังเป็นตัวเองอยู่ไหม

ลองเปลี่ยนจาก “ฝึกให้มากที่สุด” เป็น “ฝึกให้ถูกที่สุด” ทุกครั้งที่ซ้อม ให้ถามตัวเองว่า สิ่งนี้ช่วยให้สายการบินเห็นตัวตนจริง ๆ ของฉันไหม

เมื่อฝึกแบบนี้ได้ ปีกก็ไม่ได้อยู่ไกลเกินเอื้อมอีกต่อไปค่ะ ✈️

และถ้าน้องอยากมี Guideline แนวทางในการฝึกตัวเองอย่างถูกต้อง

พี่จุ๋มมีคอร์ส Airline Ambassador Blueprint ที่จะช่วยให้น้องติดปีกได้ด้วย W.I.N.G.S. Formula มีให้เลือกเรียนทั้งแบบ Full Journey หรือมินิคอร์สที่เลือกฝึกเฉพาะจุดที่เราอยากพัฒนา

ดูรายละเอียดได้ที่นี่ 👇

วันนี้พี่จุ๋มขอลาไปก่อนน้า พบกันใหม่โพสต์หน้าค่า 🥰

เชื่อมั่นในศักยภาพของน้องเสมอ


📤 ถ้าอยากสนับสนุนให้พี่จุ๋มทำเนื้อหาดีๆ แบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ขอแชร์คนละ 1 แพลตฟอร์ม จะเป็นกำลังใจให้พี่จุ๋มอย่างมากเลยค่า หรือจะแชร์เพื่อเก็บโพสต์นี้ไว้อ่านตอนสมัคร หรือส่งต่อให้เพื่อนที่อยากเป็นลูกเรือเหมือนกันก็ได้เลยนะคะ ☺️

แชร์ไปยัง:  FACEBOOK   X (Twitter)   LINE    EMAIL

0 comments

Sign upor login to leave a comment

📩 อยากได้เทคนิคดีๆ แบบนี้ส่งตรงเข้าอีเมลเพิ่มมั้ยคะ?

พี่จุ๋มมีเทคนิค “ตรงจุด” ที่จะช่วยน้องได้! 📋 แค่ทำแบบสำรวจ “ปัญหาผู้สมัครลูกเรือ” สั้น ๆ ก็รับฟรี! 100 Cabin Crew Skills Checklist ไฟล์เดียวที่จะช่วยให้น้องรู้ว่า… ✅ มีทักษะลูกเรืออะไรแล้ว ✅ ยังขาดจุดไหน และควรเริ่มพัฒนาจากตรงไหนก่อน 🎤 พร้อมรับอีก 1 ไฟล์พิเศษ! PA Script ตัวอย่างจาก Qatar Airways ที่พี่จุ๋มดัดแปลงให้น้องใช้ฝึก เพื่อฝึกอ่านประกาศบนเครื่องบินแบบลูกเรือจริง และเตรียมตัวสำหรับสายการบินที่มีสอบอ่าน Passage 📩 หลังจากรับไฟล์ น้องจะได้รับ อีเมลซีรีส์อย่างต่อเนื่อง ที่สอนเทคนิค เตรียมตัวสมัคร และเสริมความเข้าใจในอาชีพลูกเรือแบบลึกกว่าเดิม

อยากรู้เทคนิคสัมภาษณ์งานกับสายบิน?

พี่จุ๋มมี eBook Airlines Interview ครบเครื่องเรื่องสัมภาษณ์งานกับ Airline มานำเสนอ คลิกดูรายละเอียดด้านล่างได้เลยค่ะ

  • ฿1,990

eBook Airlines Interview 3rd Edition

  • Download
  • 1 file
  • Includes 2 additional products

ครบทุกเทคนิค เตรียมตัวให้พร้อม ก่อนวันสัมภาษณ์จริง!

✨ ไม่ใช่แค่ลิสต์คำถาม–คำตอบ

แต่เป็น “คู่มือ” ที่จะช่วยให้น้องเข้าใจ “กรรมการคิดอะไร” และ “จะตอบยังไงให้ดูมีตัวตน”

ใส่โค้ด TAKEOFF100 (มีจำกัดเพียง 100 สิทธิ์)

เพื่อรับส่วนลดมูลค่า 500 บาททันที!

จากราคาเต็ม 1,990 เหลือเพียง 1,490.- เท่านั้น!

อยากเรียนกับพี่จุ๋ม?

พี่จุ๋มมีทั้งคอร์สออนไลน์ ที่เรียนได้ทันที ทุกที่ ทุกเวลา และ Private Coaching สำหรับน้องที่ต้องการคำปรึกษาระดับลึก สามารถเลือกดูรายละเอียดด้านล่างตามความต้องการได้เลยค่ะ

พี่จุ๋ม ex-purser qatar airways ใส่ชุดยูนิฟอร์ม ด้านหลังมี Background รูปเครื่องบินและท้องฟ้า พร้อมข้อความ Airline Ambassador Blueprint

Airline Ambassador Blueprint (AAB)

คอร์สเรียนออนไลน์ที่พี่จุ๋มออกแบบมาให้ครอบคลุมทุกบทสำคัญ ตั้งแต่พื้นฐานจนถึงลงสนาม พร้อมให้น้องเรียนรู้ในแบบของตัวเองได้ทุกที่ ทุกเวลา - มีให้เลือกหลายแพ็กเกจ
พี่จุ๋ม ex-purser qatar airways ใส่ชุดยูนิฟอร์ม ด้านหลังมี Background รูปเครื่องบินและท้องฟ้า พร้อมข้อความ Private Coaching

Private Coaching

โค้ชชิ่งตัวต่อตัวกับพี่จุ๋ม จูนทุกจุดให้พร้อมบิน — เลือกระยะเวลาได้ตามสะดวก เหมาะกับน้องที่ต้องการคำแนะนำแบบตรงจุด ลึก และออกแบบมาเฉพาะตัวน้องเท่านั้น