ภาพเครื่องบินจอดที่สนามบิน พร้อมพี่จุ๋มในชุดยูนิฟอร์มลูกเรือกาตาร์

  • Jul 6, 2025

เคล็ดลับเลือกสายการบิน จากอดีตหัวหน้าลูกเรือ Qatar Airways

  • พี่จุ๋ม Ex-Purser กาตาร์
  • 0 comments

เลือกสายการบินผิด อาจเสียเวลาไปหลายปี! พี่จุ๋มรวบรวมปัจจัยสำคัญที่คนอยากเป็นลูกเรือต้องรู้ ก่อนตัดสินใจสมัครแต่ละสายการบิน พร้อมตัวอย่างจริงจากประสบการณ์ตรง

หลายคนสมัครงานลูกเรือเพราะฝันว่าอยากบิน อยากสวย อยากเที่ยว อยากได้เงินเดือนดี — ซึ่งมันก็ไม่ผิดเลยค่ะ

แต่พี่จุ๋มเห็นมาหลายคนแล้วว่า…

“ติดปีกได้ แต่ไม่รอด” เพราะเลือกสายการบินจากสิ่งที่ “คนอื่นอยากได้” แทนที่จะเลือกจากสิ่งที่ “ตัวเองอยู่ได้”

บางคนลาออกใน 6 เดือน บางคนร้องไห้ทุกไฟลต์

ทั้งที่ความฝันก็ได้มาแล้วแท้ ๆ

มันไม่ใช่แค่งาน แต่คือ “ชีวิตทั้งชีวิต” ที่น้องต้องใช้ในฐานะลูกเรือค่ะ

🧭 Step-by-step วิธีเลือกสายการบินให้ตรงกับตัวเอง

1. เริ่มจาก “เป้าหมายในใจเรา”

ย้อนถามตัวเองก่อนว่า…

  • หนูอยากทำงานนี้เพื่ออะไร?

  • เป้าหมายจริง ๆ ใน 1-3 ปีข้างหน้าคืออะไร?

💬 ตัวอย่างจากชีวิตจริงของพี่จุ๋ม:

ตอนพี่จุ๋มสมัคร Qatar Airways

มีเวลาเตรียมตัวแค่ 7 วันก่อนวันสมัคร

แต่เพราะรู้ว่า “เราอยากทำงานกับองค์กรที่เป็นมืออาชีพ” “อยากเที่ยวรอบโลกตอนอายุยังน้อย” และ “อยากออกจาก Comfort Zone" เลยเลือกสมัครสายที่ระบบเข้ม เป๊ะ มีความเป็นมืออาชีพสูงอย่าง Qatar Airways

ถ้าพี่จุ๋มไม่ได้ถามตัวเองแบบนี้ก่อน — อาจไปสมัครงานที่ดูเบา แต่ไม่ใช่เป้าหมายเราก็ได้

ตัวอย่าง…

🎯 เป้าหมายของเรา → สายการบินที่เหมาะ

ถ้าอยากเก็บเงินเร็ว

เหมาะกับ: Qatar Airways, Emirates

➡️ ทั้งสองสายให้สวัสดิการครบถ้วน เช่น ที่พักฟรี ค่าน้ำไฟไม่ต้องจ่าย เหมาะกับคนที่อยากเก็บเงินไว และพร้อมใช้ชีวิตต่างแดน

ถ้าอยากเที่ยว / อยากเห็นโลกกว้าง

เหมาะกับ: Qatar Airways, Emirates, Lufthansa, Singapore Airlines

➡️ สายเหล่านี้มี layover ในหลายประเทศทั่วโลก เหมาะกับคนชอบการเดินทาง อยากได้ประสบการณ์ต่างวัฒนธรรมหลากหลาย

ถ้าอยากอยู่ไทย / กลับบ้านบ่อย ๆ

แน่นอนก็ต้องเหมาะกับ: Thai Airways, Thai VietJet, Air Asia หรือแม้แต่เป็น Ground Staff ที่สายการบินยังได้เลยค่ะ 😊

➡️ เหมาะกับคนที่ต้องดูแลครอบครัว หรือไม่อยากใช้ชีวิตไกลบ้านนานเกินไป

ถ้าอยากใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก

เหมาะกับ: สายการบินนานาชาติ เช่น Qatar, Emirates, Etihad, Singapore, Cathay Pacific, สายการบินยุโรป เช่น Lufthansa, Norwegian, Finnair

➡️ มีผู้โดยสารนานาชาติ ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลักทั้งใน training และการทำงานจริง

ถ้าอยากเริ่มเร็ว ไม่ต้องรอนาน

เหมาะกับ: Low-cost airlines เช่น Thai AirAsia, Thai VietJet

➡️ รับบ่อย เปิดรอบเร็ว เทรนไว เหมาะกับคนที่พร้อมเริ่มต้นทันที ไม่อยากรอสายการบินต่างประเทศเปิดรับ

2. ไลฟ์สไตล์ของเรา เข้ากับวัฒนธรรมองค์กรแบบไหน?

สายการบินแต่ละที่ มี วัฒนธรรมองค์กร ที่แตกต่างกันชัดเจน ไม่ใช่แค่ใครใส่ยูนิฟอร์มแล้วดูสวย แต่คือ

“ระบบที่เราต้องอยู่กับมันทุกวัน”

บางที่เป๊ะมาก มีลำดับขั้นชัดเจน

บางที่เน้น teamwork

บางที่เร็ว แรง ต้องพร้อมลุย

และบางที่ให้ความสำคัญกับบุคลิกภาพและการสื่อสารเป็นหลัก

การที่น้อง ๆ เข้าใจระบบและแนวคิดของแต่ละสายการบิน

จะทำให้เราปรับตัวได้ดี และ มีความสุขกับงาน ไม่ใช่แค่ทำได้เฉย ๆ

ตัวอย่าง…

✨ เปรียบเทียบวัฒนธรรมองค์กร → กับบุคลิกภาพของเรา

🏛️ สายตะวันออกกลาง

(Qatar, Emirates, Etihad)

วัฒนธรรมองค์กรมีลำดับขั้นชัดเจน เป๊ะทุกขั้นตอน ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก

เหมาะกับคนที่มีวินัยสูง รับแรงกดดันได้ดี และชอบระบบที่มีมาตรฐานชัดเจน

🍃 สายเอเชียตะวันออก

(JAL, ANA, Korean Air, Singapore Airline)

ให้ความสำคัญกับความสุภาพ รายละเอียดเล็ก ๆ และ teamwork

เหมาะกับคนใจเย็น นอบน้อม ละเอียด มีความเคารพในระบบ และเข้าใจความสัมพันธ์ในวัฒนธรรมตะวันออก เคารพระบบ Seniority (ให้เกียรติบุคคลที่มีอายุมากกว่า)

🪷 สายการบินไทย

(Thai Airways, Thai VietJet, Nok Air)

วัฒนธรรมอบอุ่น มีความเป็นกันเอง เข้าใจความรู้สึกคนไทย

เหมาะกับคนที่ชอบบรรยากาศผ่อนคลาย อยู่ในวัฒนธรรมที่คุ้นเคย และอยากใกล้บ้าน

สาย Low-cost

(Air Asia, Air Arabia ฯลฯ)

ทำงานเร็ว ลุยไว หน้างานเปลี่ยนตลอด ต้อง multi-task และตัดสินใจไว

เหมาะกับคนไฟแรง ไม่กลัวเหนื่อย และพร้อมพัฒนาเร็วจากประสบการณ์จริง

การเลือกวัฒนธรรมองค์กรที่ “ตรงกับเรา”

ไม่ได้แปลว่าเลือกที่ง่ายหรือเบาที่สุด

แต่มันคือการเลือกที่เราจะ “เติบโตได้ยาวนานที่สุด โดยไม่เสียความเป็นตัวเอง”

เพราะบนฟ้า… เราไม่มีที่ให้ซ่อนความรู้สึก

ถ้าเราฝืนในสิ่งที่ไม่ใช่ ต่อให้บินได้ ก็เหนื่อยใจจนไปไม่ถึงฝัน

3. เงินเดือนกับคุณภาพชีวิต

เวลาน้องถามว่า “สายไหนเงินเดือนเยอะสุด?” 💸

พี่จุ๋มอยากให้น้องลองเปลี่ยนคำถามเป็น…

“เราจะใช้ชีวิตยังไงให้ไม่ต้องลาออกกลางทาง?”

เพราะรายได้ไม่ใช่แค่ตัวเลขเงินเดือน

แต่คือ รายได้รวม + สวัสดิการ + รายจ่ายที่ต้องแบกรับในแต่ละเดือน

บางคนได้เงินเดือนสูง แต่ต้องจ่ายค่าที่พัก ค่ารถ ค่ากินในเมืองแพง ๆ

สุดท้ายเหลือเก็บน้อยกว่าคนที่เงินเดือนน้อยแต่ไม่ต้องจ่ายอะไรเลย

เพราะฉะนั้น การประเมิน “ความคุ้ม” ต้องดูทั้ง 3 อย่างควบคู่กันทั้ง

รายได้ + สวัสดิการ + ไลฟ์สไตล์ที่ต้องอยู่จริง

ตัวอย่าง…

✈️ Qatar Airways / Emirates / Etihad (สายตะวันออกกลาง)

รายได้:

เงินเดือนเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 2,500–3,000 USD (80,000-120,000 บาท) ต่อเดือน (รวม flight hours แล้ว) ยิ่ง senior ยิ่งได้มาก และมีโอกาสได้ layover allowances (เบี้ยบิน) เพิ่มขึ้นทุกเดือน

สวัสดิการ:

  • ที่พักฟรี (fully furnished)

  • รถรับ-ส่งสนามบิน

  • ค่าเบี้ยเลี้ยงทุกครั้งที่นอนต่างประเทศ

  • ประกันสุขภาพ, ฟัน, ตา

  • ส่วนลดตั๋วเครื่องบินทั่วโลกสำหรับตัวเองและครอบครัว

ไลฟ์สไตล์:

  • ทำงานหนัก บินไกลหลายโซนเวลา

  • เวลาพักอาจไม่ตรงกับคนทั่วไป

  • ต้องพร้อมรับแรงกดดันและมาตรฐานสูงทุกไฟลต์

  • ไม่เสียค่าครองชีพในเมืองหลัก (โดฮา, ดูไบ, อาบูดาบี) แต่ไกลบ้าน

✈️ Thai Airways / Thai VietJet / Nok Air (สายการบินไทย)

รายได้:

เงินเดือนพื้นฐานจะเริ่มต้นที่ 20,000–40,000 บาท แล้วแต่สาย

มี flight pay เพิ่มเติมตามระยะทางและจำนวนไฟลต์บินในแต่ละเดือน

สวัสดิการ:

  • ตั๋วพนักงานในเครือ

  • ประกันสุขภาพ/อุบัติเหตุ

  • ส่วนลดกับโรงพยาบาล-ร้านค้าพันธมิตร

  • บางสายมีเบี้ยขยันและเงิน incentive เพิ่ม

ไลฟ์สไตล์:

  • ได้อยู่บ้าน กลับบ้านบ่อย

  • มีเวลาส่วนตัวมากขึ้น เหมาะกับคนที่มีครอบครัวในไทย

  • เข้าใจบริบทคนไทย ไม่เครียดเรื่องวัฒนธรรม

  • รายจ่ายขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ส่วนตัว

✈️ Air Asia / Air Arabia (Low-cost Airlines)

รายได้:

เริ่มต้นเร็ว รายได้รวมอาจเริ่มต้น 30,000–50,000 บาท (ในไทย)

ถ้าอยู่สายยุโรป เช่น Air Arabia รายได้อาจสูงกว่า ขึ้นกับฐานบิน

สวัสดิการ:

  • บางสายให้ค่าฝึกฟรี บางสายหักจากเงินเดือน

  • ไม่มีที่พักฟรี ต้องจัดการเอง

  • มีตั๋วพนักงานแบบ standby

  • เบี้ยเลี้ยงอาจน้อยกว่าสาย full-service

ไลฟ์สไตล์:

  • บินเยอะมากต่อวัน อาจถึง 4 sectors

  • งาน multi-task ต้องทำทุกอย่างตั้งแต่ ground ถึง inflight

  • เรียนรู้เร็ว แต่เหนื่อยไว

  • เหมาะกับคนที่อยากสะสมชั่วโมงเร็ว หรือมีเป้าหมายขยับต่อในอนาคต

✈️ Finnair / Lufthansa / SWISS (สายยุโรป)

รายได้:

ประมาณ 2,000–2,500 EUR (70,000-90,000 บาท) ต่อเดือน แล้วแต่สาย

บางที่ให้ base salary + flight pay + allowances แยกกัน

สวัสดิการ:

  • ประกันสุขภาพตามระบบยุโรป

  • ส่วนใหญ่ไม่ให้ที่พัก (ต้องเช่าเอง)

  • มี training certificate (EASA Attestation)

  • ได้สิทธิเดินทางสำหรับครอบครัว

ไลฟ์สไตล์:

  • ต้องมีสิทธิทำงานใน EU หรือถือวีซ่าถาวร

  • ภาษาท้องถิ่นสำคัญ เช่น ฟินแลนด์, เยอรมัน

  • ค่าครองชีพสูงในหลายเมือง แต่คุณภาพชีวิตดีมาก

  • เหมาะกับคนที่อยากตั้งรากฐานในยุโรประยะยาว

📌 สรุปในใจพี่จุ๋ม

อย่าถามว่า “ได้เงินเท่าไหร่”

แต่ให้ถามว่า “เมื่อจ่ายทุกอย่างแล้ว… เราเหลือเก็บเท่าไหร่ และอยู่กับไลฟ์สไตล์นั้นได้ไหม?”

เงินเดือนดูเผิน ๆ อาจเหมือนกัน

แต่ คุณภาพชีวิตในแต่ละฐานบิน ต่างกันมาก

การวางแผนตั้งแต่ต้นจะช่วยให้น้อง “บินไกล โดยไม่หมดใจกลางทาง”

4. 📈 โอกาสเติบโตในสายอาชีพ

ถ้าเป้าหมายของน้องคือ

“อยากโปรโมตเป็นหัวหน้าลูกเรือใน 4-5 ปี”

ต้องไม่มองแค่สายการบินที่ “รับง่าย” หรือ “บินบ่อย”

แต่ให้โฟกัสไปที่

  • มีโครงสร้างการเติบโตไหม?

  • เลื่อนตำแหน่งได้จริงหรือแค่พูดไว้เฉย ๆ?

  • มีระบบประเมิน/อบรมเพื่อพัฒนาไหม?

ตัวอย่าง…

🛫 Qatar Airways

  • มีระบบ “promotion cycle” ที่ชัดเจนมาก

  • ถ้าทำงานดี ผ่านมาตรฐานทุกครั้ง จะได้โปรโมตเร็วจริง

  • หลายคนเริ่มจาก Cabin Crew → Senior → Lead → Purser ได้ใน 4–5 ปี (พี่จุ๋มใช้เวลา 5 ปีครึ่ง)

  • แต่! ต้องสอบ internal assessments ทุกระดับ และแข่งกับเพื่อนร่วมงานทั่วโลก

  • ไม่ใช่ทุกคนจะไปถึงได้ ถ้า mindset ไม่พร้อม และไม่สม่ำเสมอ

✅ เหมาะกับคนที่ตั้งใจตั้งแต่ต้น พร้อมทุ่มเทเต็มที่และไม่กลัวการถูกประเมินตลอดเวลา

🛫 Emirates / Etihad

  • Promotion structure ชัดเจน แต่บางตำแหน่งจะมีช่วง “freeze” ชั่วคราว เช่น ตำแหน่งที่มีคนเต็ม

  • การเลื่อนตำแหน่งอาจเร็วหรือช้าขึ้นกับจำนวน seniority และฟีดแบคจาก Supervisor

  • มีระบบอบรม Leadership Training เป็นรอบ ๆ ก่อนขึ้นตำแหน่ง

✅ เหมาะกับคนที่อดทนได้ รอจังหวะ พร้อมแสดงความเป็นผู้นำตลอดเวลา แม้ยังไม่ได้โปรโมต

🛫 สายการบินไทย (Thai Airways, Thai VietJet)

  • ขึ้นอยู่กับแต่ละสายการบิน: Thai Airways มีโครงสร้างโปรโมตระยะยาวที่มั่นคง

  • แต่ในบางสาย low-cost อาจใช้เวลานานมากกว่า 4 ปี เพราะตำแหน่งหัวหน้ามีน้อย

  • ความสัมพันธ์ภายในทีมและ seniority มีผลสูงกับโอกาสในการโปรโมต

✅ เหมาะกับคนที่อยากอยู่ใกล้บ้าน รอได้ และพร้อมเติบโตไปพร้อมกับองค์กรระยะยาว

🛫 Low-cost Airlines (Air Asia, Air Arabia ฯลฯ)

  • โอกาสเลื่อนตำแหน่ง “เร็ว” กว่าหลายสาย เพราะ turnover สูง

  • แต่การเป็นหัวหน้าที่นี่ไม่ได้แปลว่า “นั่งดูเฉย ๆ” — ต้องทำทุกอย่างมากกว่าลูกเรือทั่วไป

  • Leadership training มี แต่ต้องผ่านการประเมินที่เข้มข้น และ workload หนักมาก

✅ เหมาะกับคนแกร่ง ลุย และไม่กลัวความเหนื่อย พร้อมเรียนรู้เร็วเพื่อขยับต่อในอนาคต

💡 จุดสำคัญที่ต้องถามตัวเองก่อนเลือก

  • เราอยากโตใน “ระบบแบบไหน”?

  • เราทนการถูกประเมินบ่อย ๆ ได้ไหม?

  • ถ้าต้องรอ 4–5 ปี โดยไม่มีคำตอบแน่ชัด… เรารับได้ไหม?

เพราะบางที่… ขยันแค่ไหนก็ยังไม่โต เพราะ “ระบบ” ยังไม่เปิดโอกาส

แต่บางที่… ถ้าพร้อมจริง ใจสู้จริง โอกาสจะวิ่งเข้าหาเราเร็วเกินคาด

5. 🎒 เราอยากได้ “ประสบการณ์แบบไหน” ติดตัวไปในอนาคต?

การเป็นลูกเรือ ไม่ใช่แค่เรื่อง “บินแล้วได้เงิน”

แต่มันคือประสบการณ์ที่สะสมไปตลอดชีวิต

ทุกสายการบินจะ “สอนเรา” ต่างกัน

พี่จุ๋มอยากให้น้อง ๆ ถามตัวเองว่า…

“สายการบินนี้ จะสอนอะไรเรา?”

“เราอยากเก็บทักษะอะไรไว้ติดตัว หลังจากลงจากเครื่อง?”

บางสายการบิน…

  • พัฒนาภาษาอังกฤษของเราจนกล้าสื่อสารได้ทั่วโลก

  • พาเราไปรู้จักวัฒนธรรมหลากหลาย ทั้งในทีมและผู้โดยสาร

  • สอนให้เรารับมือกับเหตุฉุกเฉิน ความกดดัน และภาวะผู้นำแบบ real-time

  • ให้เราได้ทำทุกอย่างตั้งแต่ ground ถึง inflight ในหนึ่งไฟลต์เดียว

💬 พี่จุ๋มเองก็เลือกสายการบินจากประสบการณ์ และการเติบโตที่ตัวเองจะได้รับ

ตอนสมัคร Qatar Airways พี่จุ๋มไม่ได้เลือกเพราะชื่อเสียง

แต่เพราะรู้ว่านี่คือ “องค์กรที่ใหญ่ มีระบบ และมีความเป็นมืออาชีพสูงมาก”

มาตรฐานทุกอย่างละเอียดและเข้มข้นจนรู้สึกท้าทายสุด ๆ

แต่มันก็เป็นที่เดียวกันนี่แหละ… ที่สอนให้พี่ “เติบโตแบบก้าวกระโดด”

พี่ผ่านทุกสถานการณ์ที่คนในอาชีพนี้จะเจอได้ —

ไฟลต์ดีเลย์ ลูกค้าดราม่า Turbulence หนัก ๆ

ไฟลต์ข้ามคืนยาว ๆ ที่ต้องยืนจนขาอ่อน

และระบบการประเมินที่ละเอียดทุกการเคลื่อนไหว

แต่เพราะพี่ผ่านสิ่งเหล่านี้มา

พี่ถึงกล้าพูดเต็มปากว่า “ไม่มีไฟลต์ไหนที่ทำให้พี่กลัวอีกแล้ว”

และทั้งหมดนั้น…

กลายเป็นประสบการณ์ที่ต่อยอดให้พี่มาเป็น โค้ชผู้เชี่ยวชาญด้าน Cabin Crew อย่างเต็มตัว ที่ไม่ได้แค่ให้ความรู้ตามทฤษฎี แต่คือการส่งต่อลมหายใจของอาชีพนี้จากของจริงทั้งหมด

📌 สรุป

ประสบการณ์ที่เราเก็บวันนี้ = สิ่งที่จะทำให้เรา “กลายเป็นคนที่ใช่” ในสายตาของทุกสายการบิน หรือการทำงานในอนาคต

อย่าเลือกแค่งานที่ได้เงินดี — เลือกที่ที่ “ปั้นเราให้แข็งแกร่ง” จากข้างในจริง ๆ

และ… ไม่มีสายการบินไหนดีที่สุด มีแต่สายการบินที่เหมาะกับ “ตัวเรา”

ก่อนกดสมัคร อย่าลืมหยุดถามตัวเองว่า…

  • ฉันอยากมีชีวิตแบบไหนใน 2–5 ปีนี้?

  • ระบบแบบไหนที่ฉันจะอยู่ได้โดยไม่เสียสุขภาพใจ?

  • ฉันพร้อมปรับตัวแค่ไหน?

เพราะสายการบินอาจรับน้องได้แค่ครั้งเดียว

แต่น้องจะอยู่กับสายการบินนั้นไปอีกหลายปี

เลือกให้ใช่ตั้งแต่แรก แล้วฝันจะกลายเป็นความสุขที่ยั่งยืน

ที่สำคัญ การมีจุดยืนที่ชัดเจน จะส่งพลังให้กรรมการเห็นว่าน้องพร้อมสำหรับสายการบินเค้าจริงๆ 👩‍✈️

เชื่อมั่นในศักยภาพของน้องเสมอ

พี่จุ๋ม

Ex-Purser Qatar Airways

& Founder of The Sky Crew Academy

#พี่จุ๋มอดีตหัวหน้าแอร์กาตาร์ #theskycrewhub #theskycrewacademy #เทคนิคสมัครลูกเรือ


📤 แชร์โพสต์นี้เก็บไว้อ่านตอนสมัคร หรือส่งต่อให้เพื่อนที่อยากเป็นลูกเรือเหมือนกัน!

แชร์ไปยัง: Facebook X LINE Email Me

0 comments

Sign upor login to leave a comment

📩 อยากได้เทคนิคดีๆ แบบนี้ส่งตรงเข้าอีเมลเพิ่มมั้ยคะ?

พี่จุ๋มมีเทคนิค “ตรงจุด” ที่จะช่วยน้องได้! 📋 แค่ทำแบบสำรวจ “ปัญหาผู้สมัครลูกเรือ” สั้น ๆ ก็รับฟรี! 100 Cabin Crew Skills Checklist ไฟล์เดียวที่จะช่วยให้น้องรู้ว่า… ✅ มีทักษะลูกเรืออะไรแล้ว ✅ ยังขาดจุดไหน และควรเริ่มพัฒนาจากตรงไหนก่อน 🎤 พร้อมรับอีก 1 ไฟล์พิเศษ! PA Script ตัวอย่างจาก Qatar Airways ที่พี่จุ๋มดัดแปลงให้น้องใช้ฝึก เพื่อฝึกอ่านประกาศบนเครื่องบินแบบลูกเรือจริง และเตรียมตัวสำหรับสายการบินที่มีสอบอ่าน Passage 📩 หลังจากรับไฟล์ น้องจะได้รับ อีเมลซีรีส์อย่างต่อเนื่อง ที่สอนเทคนิค เตรียมตัวสมัคร และเสริมความเข้าใจในอาชีพลูกเรือแบบลึกกว่าเดิม

อยากรู้เทคนิคสัมภาษณ์งานกับสายบิน?

พี่จุ๋มมี eBook Airlines Interview ครบเครื่องเรื่องสัมภาษณ์งานกับ Airline มานำเสนอ คลิกดูรายละเอียดด้านล่างได้เลยค่ะ

  • ฿1,990

eBook Airlines Interview 3rd Edition

  • Download
  • 1 file
  • Includes 2 additional products

ครบทุกเทคนิค เตรียมตัวให้พร้อม ก่อนวันสัมภาษณ์จริง!

✨ ไม่ใช่แค่ลิสต์คำถาม–คำตอบ

แต่เป็น “คู่มือ” ที่จะช่วยให้น้องเข้าใจ “กรรมการคิดอะไร” และ “จะตอบยังไงให้ดูมีตัวตน”

ใส่โค้ด TAKEOFF100 (มีจำกัดเพียง 100 สิทธิ์)

เพื่อรับส่วนลดมูลค่า 500 บาททันที!

จากราคาเต็ม 1,990 เหลือเพียง 1,490.- เท่านั้น!

อยากเรียนกับพี่จุ๋ม?

พี่จุ๋มมีทั้งคอร์สออนไลน์ ที่เรียนได้ทันที ทุกที่ ทุกเวลา และ Private Coaching สำหรับน้องที่ต้องการคำปรึกษาระดับลึก สามารถเลือกดูรายละเอียดด้านล่างตามความต้องการได้เลยค่ะ

พี่จุ๋ม ex-purser qatar airways ใส่ชุดยูนิฟอร์ม ด้านหลังมี Background รูปเครื่องบินและท้องฟ้า พร้อมข้อความ Airline Ambassador Blueprint

Airline Ambassador Blueprint (AAB)

คอร์สเรียนออนไลน์ที่พี่จุ๋มออกแบบมาให้ครอบคลุมทุกบทสำคัญ ตั้งแต่พื้นฐานจนถึงลงสนาม พร้อมให้น้องเรียนรู้ในแบบของตัวเองได้ทุกที่ ทุกเวลา - มีให้เลือกหลายแพ็กเกจ
พี่จุ๋ม ex-purser qatar airways ใส่ชุดยูนิฟอร์ม ด้านหลังมี Background รูปเครื่องบินและท้องฟ้า พร้อมข้อความ Private Coaching

Private Coaching

โค้ชชิ่งตัวต่อตัวกับพี่จุ๋ม จูนทุกจุดให้พร้อมบิน — เลือกระยะเวลาได้ตามสะดวก เหมาะกับน้องที่ต้องการคำแนะนำแบบตรงจุด ลึก และออกแบบมาเฉพาะตัวน้องเท่านั้น