- Jul 6, 2025
เคล็ดลับเลือกสายการบิน จากอดีตหัวหน้าลูกเรือ Qatar Airways
- พี่จุ๋ม Ex-Purser กาตาร์
- 0 comments
หลายคนสมัครงานลูกเรือเพราะฝันว่าอยากบิน อยากสวย อยากเที่ยว อยากได้เงินเดือนดี — ซึ่งมันก็ไม่ผิดเลยค่ะ
แต่พี่จุ๋มเห็นมาหลายคนแล้วว่า…
“ติดปีกได้ แต่ไม่รอด” เพราะเลือกสายการบินจากสิ่งที่ “คนอื่นอยากได้” แทนที่จะเลือกจากสิ่งที่ “ตัวเองอยู่ได้”
บางคนลาออกใน 6 เดือน บางคนร้องไห้ทุกไฟลต์
ทั้งที่ความฝันก็ได้มาแล้วแท้ ๆ
มันไม่ใช่แค่งาน แต่คือ “ชีวิตทั้งชีวิต” ที่น้องต้องใช้ในฐานะลูกเรือค่ะ
🧭 Step-by-step วิธีเลือกสายการบินให้ตรงกับตัวเอง
1. เริ่มจาก “เป้าหมายในใจเรา”
ย้อนถามตัวเองก่อนว่า…
หนูอยากทำงานนี้เพื่ออะไร?
เป้าหมายจริง ๆ ใน 1-3 ปีข้างหน้าคืออะไร?
💬 ตัวอย่างจากชีวิตจริงของพี่จุ๋ม:
ตอนพี่จุ๋มสมัคร Qatar Airways
มีเวลาเตรียมตัวแค่ 7 วันก่อนวันสมัคร
แต่เพราะรู้ว่า “เราอยากทำงานกับองค์กรที่เป็นมืออาชีพ” “อยากเที่ยวรอบโลกตอนอายุยังน้อย” และ “อยากออกจาก Comfort Zone" เลยเลือกสมัครสายที่ระบบเข้ม เป๊ะ มีความเป็นมืออาชีพสูงอย่าง Qatar Airways
ถ้าพี่จุ๋มไม่ได้ถามตัวเองแบบนี้ก่อน — อาจไปสมัครงานที่ดูเบา แต่ไม่ใช่เป้าหมายเราก็ได้
ตัวอย่าง…
🎯 เป้าหมายของเรา → สายการบินที่เหมาะ
ถ้าอยากเก็บเงินเร็ว
เหมาะกับ: Qatar Airways, Emirates
➡️ ทั้งสองสายให้สวัสดิการครบถ้วน เช่น ที่พักฟรี ค่าน้ำไฟไม่ต้องจ่าย เหมาะกับคนที่อยากเก็บเงินไว และพร้อมใช้ชีวิตต่างแดน
ถ้าอยากเที่ยว / อยากเห็นโลกกว้าง
เหมาะกับ: Qatar Airways, Emirates, Lufthansa, Singapore Airlines
➡️ สายเหล่านี้มี layover ในหลายประเทศทั่วโลก เหมาะกับคนชอบการเดินทาง อยากได้ประสบการณ์ต่างวัฒนธรรมหลากหลาย
ถ้าอยากอยู่ไทย / กลับบ้านบ่อย ๆ
แน่นอนก็ต้องเหมาะกับ: Thai Airways, Thai VietJet, Air Asia หรือแม้แต่เป็น Ground Staff ที่สายการบินยังได้เลยค่ะ 😊
➡️ เหมาะกับคนที่ต้องดูแลครอบครัว หรือไม่อยากใช้ชีวิตไกลบ้านนานเกินไป
ถ้าอยากใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก
เหมาะกับ: สายการบินนานาชาติ เช่น Qatar, Emirates, Etihad, Singapore, Cathay Pacific, สายการบินยุโรป เช่น Lufthansa, Norwegian, Finnair
➡️ มีผู้โดยสารนานาชาติ ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลักทั้งใน training และการทำงานจริง
ถ้าอยากเริ่มเร็ว ไม่ต้องรอนาน
เหมาะกับ: Low-cost airlines เช่น Thai AirAsia, Thai VietJet
➡️ รับบ่อย เปิดรอบเร็ว เทรนไว เหมาะกับคนที่พร้อมเริ่มต้นทันที ไม่อยากรอสายการบินต่างประเทศเปิดรับ
2. ไลฟ์สไตล์ของเรา เข้ากับวัฒนธรรมองค์กรแบบไหน?
สายการบินแต่ละที่ มี วัฒนธรรมองค์กร ที่แตกต่างกันชัดเจน ไม่ใช่แค่ใครใส่ยูนิฟอร์มแล้วดูสวย แต่คือ
“ระบบที่เราต้องอยู่กับมันทุกวัน”
บางที่เป๊ะมาก มีลำดับขั้นชัดเจน
บางที่เน้น teamwork
บางที่เร็ว แรง ต้องพร้อมลุย
และบางที่ให้ความสำคัญกับบุคลิกภาพและการสื่อสารเป็นหลัก
การที่น้อง ๆ เข้าใจระบบและแนวคิดของแต่ละสายการบิน
จะทำให้เราปรับตัวได้ดี และ มีความสุขกับงาน ไม่ใช่แค่ทำได้เฉย ๆ
ตัวอย่าง…
✨ เปรียบเทียบวัฒนธรรมองค์กร → กับบุคลิกภาพของเรา
🏛️ สายตะวันออกกลาง
(Qatar, Emirates, Etihad)
วัฒนธรรมองค์กรมีลำดับขั้นชัดเจน เป๊ะทุกขั้นตอน ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก
เหมาะกับคนที่มีวินัยสูง รับแรงกดดันได้ดี และชอบระบบที่มีมาตรฐานชัดเจน
🍃 สายเอเชียตะวันออก
(JAL, ANA, Korean Air, Singapore Airline)
ให้ความสำคัญกับความสุภาพ รายละเอียดเล็ก ๆ และ teamwork
เหมาะกับคนใจเย็น นอบน้อม ละเอียด มีความเคารพในระบบ และเข้าใจความสัมพันธ์ในวัฒนธรรมตะวันออก เคารพระบบ Seniority (ให้เกียรติบุคคลที่มีอายุมากกว่า)
🪷 สายการบินไทย
(Thai Airways, Thai VietJet, Nok Air)
วัฒนธรรมอบอุ่น มีความเป็นกันเอง เข้าใจความรู้สึกคนไทย
เหมาะกับคนที่ชอบบรรยากาศผ่อนคลาย อยู่ในวัฒนธรรมที่คุ้นเคย และอยากใกล้บ้าน
⚡ สาย Low-cost
(Air Asia, Air Arabia ฯลฯ)
ทำงานเร็ว ลุยไว หน้างานเปลี่ยนตลอด ต้อง multi-task และตัดสินใจไว
เหมาะกับคนไฟแรง ไม่กลัวเหนื่อย และพร้อมพัฒนาเร็วจากประสบการณ์จริง
การเลือกวัฒนธรรมองค์กรที่ “ตรงกับเรา”
ไม่ได้แปลว่าเลือกที่ง่ายหรือเบาที่สุด
แต่มันคือการเลือกที่เราจะ “เติบโตได้ยาวนานที่สุด โดยไม่เสียความเป็นตัวเอง”
เพราะบนฟ้า… เราไม่มีที่ให้ซ่อนความรู้สึก
ถ้าเราฝืนในสิ่งที่ไม่ใช่ ต่อให้บินได้ ก็เหนื่อยใจจนไปไม่ถึงฝัน
3. เงินเดือนกับคุณภาพชีวิต
เวลาน้องถามว่า “สายไหนเงินเดือนเยอะสุด?” 💸
พี่จุ๋มอยากให้น้องลองเปลี่ยนคำถามเป็น…
“เราจะใช้ชีวิตยังไงให้ไม่ต้องลาออกกลางทาง?”
เพราะรายได้ไม่ใช่แค่ตัวเลขเงินเดือน
แต่คือ รายได้รวม + สวัสดิการ + รายจ่ายที่ต้องแบกรับในแต่ละเดือน
บางคนได้เงินเดือนสูง แต่ต้องจ่ายค่าที่พัก ค่ารถ ค่ากินในเมืองแพง ๆ
สุดท้ายเหลือเก็บน้อยกว่าคนที่เงินเดือนน้อยแต่ไม่ต้องจ่ายอะไรเลย
เพราะฉะนั้น การประเมิน “ความคุ้ม” ต้องดูทั้ง 3 อย่างควบคู่กันทั้ง
รายได้ + สวัสดิการ + ไลฟ์สไตล์ที่ต้องอยู่จริง
ตัวอย่าง…
✈️ Qatar Airways / Emirates / Etihad (สายตะวันออกกลาง)
รายได้:
เงินเดือนเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 2,500–3,000 USD (80,000-120,000 บาท) ต่อเดือน (รวม flight hours แล้ว) ยิ่ง senior ยิ่งได้มาก และมีโอกาสได้ layover allowances (เบี้ยบิน) เพิ่มขึ้นทุกเดือน
สวัสดิการ:
ที่พักฟรี (fully furnished)
รถรับ-ส่งสนามบิน
ค่าเบี้ยเลี้ยงทุกครั้งที่นอนต่างประเทศ
ประกันสุขภาพ, ฟัน, ตา
ส่วนลดตั๋วเครื่องบินทั่วโลกสำหรับตัวเองและครอบครัว
ไลฟ์สไตล์:
ทำงานหนัก บินไกลหลายโซนเวลา
เวลาพักอาจไม่ตรงกับคนทั่วไป
ต้องพร้อมรับแรงกดดันและมาตรฐานสูงทุกไฟลต์
ไม่เสียค่าครองชีพในเมืองหลัก (โดฮา, ดูไบ, อาบูดาบี) แต่ไกลบ้าน
✈️ Thai Airways / Thai VietJet / Nok Air (สายการบินไทย)
รายได้:
เงินเดือนพื้นฐานจะเริ่มต้นที่ 20,000–40,000 บาท แล้วแต่สาย
มี flight pay เพิ่มเติมตามระยะทางและจำนวนไฟลต์บินในแต่ละเดือน
สวัสดิการ:
ตั๋วพนักงานในเครือ
ประกันสุขภาพ/อุบัติเหตุ
ส่วนลดกับโรงพยาบาล-ร้านค้าพันธมิตร
บางสายมีเบี้ยขยันและเงิน incentive เพิ่ม
ไลฟ์สไตล์:
ได้อยู่บ้าน กลับบ้านบ่อย
มีเวลาส่วนตัวมากขึ้น เหมาะกับคนที่มีครอบครัวในไทย
เข้าใจบริบทคนไทย ไม่เครียดเรื่องวัฒนธรรม
รายจ่ายขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ส่วนตัว
✈️ Air Asia / Air Arabia (Low-cost Airlines)
รายได้:
เริ่มต้นเร็ว รายได้รวมอาจเริ่มต้น 30,000–50,000 บาท (ในไทย)
ถ้าอยู่สายยุโรป เช่น Air Arabia รายได้อาจสูงกว่า ขึ้นกับฐานบิน
สวัสดิการ:
บางสายให้ค่าฝึกฟรี บางสายหักจากเงินเดือน
ไม่มีที่พักฟรี ต้องจัดการเอง
มีตั๋วพนักงานแบบ standby
เบี้ยเลี้ยงอาจน้อยกว่าสาย full-service
ไลฟ์สไตล์:
บินเยอะมากต่อวัน อาจถึง 4 sectors
งาน multi-task ต้องทำทุกอย่างตั้งแต่ ground ถึง inflight
เรียนรู้เร็ว แต่เหนื่อยไว
เหมาะกับคนที่อยากสะสมชั่วโมงเร็ว หรือมีเป้าหมายขยับต่อในอนาคต
✈️ Finnair / Lufthansa / SWISS (สายยุโรป)
รายได้:
ประมาณ 2,000–2,500 EUR (70,000-90,000 บาท) ต่อเดือน แล้วแต่สาย
บางที่ให้ base salary + flight pay + allowances แยกกัน
สวัสดิการ:
ประกันสุขภาพตามระบบยุโรป
ส่วนใหญ่ไม่ให้ที่พัก (ต้องเช่าเอง)
มี training certificate (EASA Attestation)
ได้สิทธิเดินทางสำหรับครอบครัว
ไลฟ์สไตล์:
ต้องมีสิทธิทำงานใน EU หรือถือวีซ่าถาวร
ภาษาท้องถิ่นสำคัญ เช่น ฟินแลนด์, เยอรมัน
ค่าครองชีพสูงในหลายเมือง แต่คุณภาพชีวิตดีมาก
-
เหมาะกับคนที่อยากตั้งรากฐานในยุโรประยะยาว
📌 สรุปในใจพี่จุ๋ม
อย่าถามว่า “ได้เงินเท่าไหร่”
แต่ให้ถามว่า “เมื่อจ่ายทุกอย่างแล้ว… เราเหลือเก็บเท่าไหร่ และอยู่กับไลฟ์สไตล์นั้นได้ไหม?”
เงินเดือนดูเผิน ๆ อาจเหมือนกัน
แต่ คุณภาพชีวิตในแต่ละฐานบิน ต่างกันมาก
การวางแผนตั้งแต่ต้นจะช่วยให้น้อง “บินไกล โดยไม่หมดใจกลางทาง”
4. 📈 โอกาสเติบโตในสายอาชีพ
ถ้าเป้าหมายของน้องคือ
“อยากโปรโมตเป็นหัวหน้าลูกเรือใน 4-5 ปี”
ต้องไม่มองแค่สายการบินที่ “รับง่าย” หรือ “บินบ่อย”
แต่ให้โฟกัสไปที่
มีโครงสร้างการเติบโตไหม?
เลื่อนตำแหน่งได้จริงหรือแค่พูดไว้เฉย ๆ?
มีระบบประเมิน/อบรมเพื่อพัฒนาไหม?
ตัวอย่าง…
🛫 Qatar Airways
มีระบบ “promotion cycle” ที่ชัดเจนมาก
ถ้าทำงานดี ผ่านมาตรฐานทุกครั้ง จะได้โปรโมตเร็วจริง
หลายคนเริ่มจาก Cabin Crew → Senior → Lead → Purser ได้ใน 4–5 ปี (พี่จุ๋มใช้เวลา 5 ปีครึ่ง)
แต่! ต้องสอบ internal assessments ทุกระดับ และแข่งกับเพื่อนร่วมงานทั่วโลก
ไม่ใช่ทุกคนจะไปถึงได้ ถ้า mindset ไม่พร้อม และไม่สม่ำเสมอ
✅ เหมาะกับคนที่ตั้งใจตั้งแต่ต้น พร้อมทุ่มเทเต็มที่และไม่กลัวการถูกประเมินตลอดเวลา
🛫 Emirates / Etihad
Promotion structure ชัดเจน แต่บางตำแหน่งจะมีช่วง “freeze” ชั่วคราว เช่น ตำแหน่งที่มีคนเต็ม
การเลื่อนตำแหน่งอาจเร็วหรือช้าขึ้นกับจำนวน seniority และฟีดแบคจาก Supervisor
มีระบบอบรม Leadership Training เป็นรอบ ๆ ก่อนขึ้นตำแหน่ง
✅ เหมาะกับคนที่อดทนได้ รอจังหวะ พร้อมแสดงความเป็นผู้นำตลอดเวลา แม้ยังไม่ได้โปรโมต
🛫 สายการบินไทย (Thai Airways, Thai VietJet)
ขึ้นอยู่กับแต่ละสายการบิน: Thai Airways มีโครงสร้างโปรโมตระยะยาวที่มั่นคง
แต่ในบางสาย low-cost อาจใช้เวลานานมากกว่า 4 ปี เพราะตำแหน่งหัวหน้ามีน้อย
ความสัมพันธ์ภายในทีมและ seniority มีผลสูงกับโอกาสในการโปรโมต
✅ เหมาะกับคนที่อยากอยู่ใกล้บ้าน รอได้ และพร้อมเติบโตไปพร้อมกับองค์กรระยะยาว
🛫 Low-cost Airlines (Air Asia, Air Arabia ฯลฯ)
โอกาสเลื่อนตำแหน่ง “เร็ว” กว่าหลายสาย เพราะ turnover สูง
แต่การเป็นหัวหน้าที่นี่ไม่ได้แปลว่า “นั่งดูเฉย ๆ” — ต้องทำทุกอย่างมากกว่าลูกเรือทั่วไป
Leadership training มี แต่ต้องผ่านการประเมินที่เข้มข้น และ workload หนักมาก
✅ เหมาะกับคนแกร่ง ลุย และไม่กลัวความเหนื่อย พร้อมเรียนรู้เร็วเพื่อขยับต่อในอนาคต
💡 จุดสำคัญที่ต้องถามตัวเองก่อนเลือก
เราอยากโตใน “ระบบแบบไหน”?
เราทนการถูกประเมินบ่อย ๆ ได้ไหม?
ถ้าต้องรอ 4–5 ปี โดยไม่มีคำตอบแน่ชัด… เรารับได้ไหม?
เพราะบางที่… ขยันแค่ไหนก็ยังไม่โต เพราะ “ระบบ” ยังไม่เปิดโอกาส
แต่บางที่… ถ้าพร้อมจริง ใจสู้จริง โอกาสจะวิ่งเข้าหาเราเร็วเกินคาด
5. 🎒 เราอยากได้ “ประสบการณ์แบบไหน” ติดตัวไปในอนาคต?
การเป็นลูกเรือ ไม่ใช่แค่เรื่อง “บินแล้วได้เงิน”
แต่มันคือประสบการณ์ที่สะสมไปตลอดชีวิต
ทุกสายการบินจะ “สอนเรา” ต่างกัน
พี่จุ๋มอยากให้น้อง ๆ ถามตัวเองว่า…
“สายการบินนี้ จะสอนอะไรเรา?”
“เราอยากเก็บทักษะอะไรไว้ติดตัว หลังจากลงจากเครื่อง?”
บางสายการบิน…
พัฒนาภาษาอังกฤษของเราจนกล้าสื่อสารได้ทั่วโลก
พาเราไปรู้จักวัฒนธรรมหลากหลาย ทั้งในทีมและผู้โดยสาร
สอนให้เรารับมือกับเหตุฉุกเฉิน ความกดดัน และภาวะผู้นำแบบ real-time
ให้เราได้ทำทุกอย่างตั้งแต่ ground ถึง inflight ในหนึ่งไฟลต์เดียว
💬 พี่จุ๋มเองก็เลือกสายการบินจากประสบการณ์ และการเติบโตที่ตัวเองจะได้รับ
ตอนสมัคร Qatar Airways พี่จุ๋มไม่ได้เลือกเพราะชื่อเสียง
แต่เพราะรู้ว่านี่คือ “องค์กรที่ใหญ่ มีระบบ และมีความเป็นมืออาชีพสูงมาก”
มาตรฐานทุกอย่างละเอียดและเข้มข้นจนรู้สึกท้าทายสุด ๆ
แต่มันก็เป็นที่เดียวกันนี่แหละ… ที่สอนให้พี่ “เติบโตแบบก้าวกระโดด”
พี่ผ่านทุกสถานการณ์ที่คนในอาชีพนี้จะเจอได้ —
ไฟลต์ดีเลย์ ลูกค้าดราม่า Turbulence หนัก ๆ
ไฟลต์ข้ามคืนยาว ๆ ที่ต้องยืนจนขาอ่อน
และระบบการประเมินที่ละเอียดทุกการเคลื่อนไหว
แต่เพราะพี่ผ่านสิ่งเหล่านี้มา
พี่ถึงกล้าพูดเต็มปากว่า “ไม่มีไฟลต์ไหนที่ทำให้พี่กลัวอีกแล้ว”
และทั้งหมดนั้น…
กลายเป็นประสบการณ์ที่ต่อยอดให้พี่มาเป็น โค้ชผู้เชี่ยวชาญด้าน Cabin Crew อย่างเต็มตัว ที่ไม่ได้แค่ให้ความรู้ตามทฤษฎี แต่คือการส่งต่อลมหายใจของอาชีพนี้จากของจริงทั้งหมด
📌 สรุป
ประสบการณ์ที่เราเก็บวันนี้ = สิ่งที่จะทำให้เรา “กลายเป็นคนที่ใช่” ในสายตาของทุกสายการบิน หรือการทำงานในอนาคต
อย่าเลือกแค่งานที่ได้เงินดี — เลือกที่ที่ “ปั้นเราให้แข็งแกร่ง” จากข้างในจริง ๆ
✨ และ… ไม่มีสายการบินไหนดีที่สุด มีแต่สายการบินที่เหมาะกับ “ตัวเรา”
ก่อนกดสมัคร อย่าลืมหยุดถามตัวเองว่า…
ฉันอยากมีชีวิตแบบไหนใน 2–5 ปีนี้?
ระบบแบบไหนที่ฉันจะอยู่ได้โดยไม่เสียสุขภาพใจ?
ฉันพร้อมปรับตัวแค่ไหน?
เพราะสายการบินอาจรับน้องได้แค่ครั้งเดียว
แต่น้องจะอยู่กับสายการบินนั้นไปอีกหลายปี
เลือกให้ใช่ตั้งแต่แรก แล้วฝันจะกลายเป็นความสุขที่ยั่งยืน
ที่สำคัญ การมีจุดยืนที่ชัดเจน จะส่งพลังให้กรรมการเห็นว่าน้องพร้อมสำหรับสายการบินเค้าจริงๆ 👩✈️
เชื่อมั่นในศักยภาพของน้องเสมอ
พี่จุ๋ม
Ex-Purser Qatar Airways
& Founder of The Sky Crew Academy
#พี่จุ๋มอดีตหัวหน้าแอร์กาตาร์ #theskycrewhub #theskycrewacademy #เทคนิคสมัครลูกเรือ
📤 แชร์โพสต์นี้เก็บไว้อ่านตอนสมัคร หรือส่งต่อให้เพื่อนที่อยากเป็นลูกเรือเหมือนกัน!
📩 อยากได้เทคนิคดีๆ แบบนี้ส่งตรงเข้าอีเมลเพิ่มมั้ยคะ?
พี่จุ๋มมีเทคนิค “ตรงจุด” ที่จะช่วยน้องได้! 📋 แค่ทำแบบสำรวจ “ปัญหาผู้สมัครลูกเรือ” สั้น ๆ ก็รับฟรี! 100 Cabin Crew Skills Checklist ไฟล์เดียวที่จะช่วยให้น้องรู้ว่า… ✅ มีทักษะลูกเรืออะไรแล้ว ✅ ยังขาดจุดไหน และควรเริ่มพัฒนาจากตรงไหนก่อน 🎤 พร้อมรับอีก 1 ไฟล์พิเศษ! PA Script ตัวอย่างจาก Qatar Airways ที่พี่จุ๋มดัดแปลงให้น้องใช้ฝึก เพื่อฝึกอ่านประกาศบนเครื่องบินแบบลูกเรือจริง และเตรียมตัวสำหรับสายการบินที่มีสอบอ่าน Passage 📩 หลังจากรับไฟล์ น้องจะได้รับ อีเมลซีรีส์อย่างต่อเนื่อง ที่สอนเทคนิค เตรียมตัวสมัคร และเสริมความเข้าใจในอาชีพลูกเรือแบบลึกกว่าเดิม
อยากรู้เทคนิคสัมภาษณ์งานกับสายบิน?
พี่จุ๋มมี eBook Airlines Interview ครบเครื่องเรื่องสัมภาษณ์งานกับ Airline มานำเสนอ คลิกดูรายละเอียดด้านล่างได้เลยค่ะ
- ฿1,990
eBook Airlines Interview 3rd Edition
- Download
- 1 file
- Includes 2 additional products
ครบทุกเทคนิค เตรียมตัวให้พร้อม ก่อนวันสัมภาษณ์จริง!
✨ ไม่ใช่แค่ลิสต์คำถาม–คำตอบ
แต่เป็น “คู่มือ” ที่จะช่วยให้น้องเข้าใจ “กรรมการคิดอะไร” และ “จะตอบยังไงให้ดูมีตัวตน”
ใส่โค้ด TAKEOFF100 (มีจำกัดเพียง 100 สิทธิ์)
เพื่อรับส่วนลดมูลค่า 500 บาททันที!
จากราคาเต็ม 1,990 เหลือเพียง 1,490.- เท่านั้น!
Includes 2 additional products
อยากเรียนกับพี่จุ๋ม?
พี่จุ๋มมีทั้งคอร์สออนไลน์ ที่เรียนได้ทันที ทุกที่ ทุกเวลา และ Private Coaching สำหรับน้องที่ต้องการคำปรึกษาระดับลึก สามารถเลือกดูรายละเอียดด้านล่างตามความต้องการได้เลยค่ะ